shopup.com
ที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนยางพาราแท้ 100% รุ่น Realpad PRO ที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนยางพาราแท้ 100% รุ่น Realpad PRO ที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนยางพาราแท้ 100% รุ่น Realpad PRO ที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนยางพาราแท้ 100% รุ่น Realpad PRO ที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนยางพาราแท้ 100% รุ่น Realpad PRO ที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนยางพาราแท้ 100% รุ่น Realpad PRO ที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนยางพาราแท้ 100% รุ่น Realpad PRO ที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนยางพาราแท้ 100% รุ่น Realpad PRO ที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนยางพาราแท้ 100% รุ่น Realpad PRO ที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนยางพาราแท้ 100% รุ่น Realpad PRO ที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนยางพาราแท้ 100% รุ่น Realpad PRO ที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนยางพาราแท้ 100% รุ่น Realpad PRO ที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนยางพาราแท้ 100% รุ่น Realpad PRO
หมวดหมู่สินค้า: ฟูกที่นอนแบบต่างๆ
รหัส : Realpad - Pro
แผ่นหนาให้สัมผัสที่สบายกว่า รองรับน้ำหนักได้ดีเยี่ยม ช่วยลดแรงกดทับ หุ้มด้วยวัสดุกันน้ำชนิดพิเศษนอนแล้วไม่ร้อนอบอ้าว
จาก 22,000.00 บาท ลดทันที 5100 บาท
ราคา 16,900.00 บาท

08 กันยายน 2565

ผู้ชม 2035 ผู้ชม

ที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนยางพาราแท้ 100%

รุ่น Realpad PRO 

"แผ่นหนาให้สัมผัสที่สบายกว่า รองรับน้ำหนักได้ดีเยี่ยม ช่วยลดแรงกดทับจากการนอนท่าเดิมนานๆ"

 

ข้อบ่งใช้ของที่นอนเพื่อสุขภาพ

  • เป็นที่นอนที่ออกแบบมาเพื่อช่วยกระจายแรงกดทับแนะนำสําหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากๆ ผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มจะนอนติดเตียง หรือช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง

 

คุณสมบัติและลักษณะทั่วไป

1. คุณสมบัติทั่วไป

  • ขนาด (กว้าง x ยาว x หนา) 85 x 195 x 13.5 เซนติเมตร

2. รายละเอียดคุณสมบัติ

  • ผลิตจากยางพาราแท้ 100% มีความยืดหยุ่นสูง มีความทนทาน แผ่นหนาให้สัมผัสที่สบายกว่า รองรับน้ำหนักได้ดีเยี่ยม ช่วยลดแรงกดทับจากการนอนท่าเดิมนานๆ
  • ดีต่อสุขภาพ รองรับน้ำหนักตัวตามหลักสรีรศาสตร์ (Nature Posture)
  • สามารถนอนได้ 2 ด้าน ได้แก่ ด้านComfort (ด้านที่ออกแบบให้มีความนุ่มพิเศษ) และด้านFirm (ด้านที่เนื้อแน่น)
  • นวัตกรรมการออกแบบพิเศษ 2 ชั้น ให้มีความหนาพิเศษ เพื่อให้สัมผัสที่สบายกว่า ช่วยกระจายน้ำหนักตัวได้มากกว่าสามารถลดแรงกดทับจากการนอนท่าเดิมนานๆ 

          ชั้นแรกเป็นยางพาราชนิด Comfort หนา 5 เซนติเมตร เนื้อนุ่มมีความยืดหยุ่นสูง รองรับน้ำหนักตัวและสรีระร่ายกายได้ดีเยี่ยม ช่วยทำให้การนอนที่สบาย ลดการปวดเมื่อยจากการกดทับ

          ชั้นที่สองเป็นยางพาราชนิด Medium Firm หนา 8.5 เซนติเมตร ชั้นนี้ผลิตจากยางพาราที่หนาแน่นสูง ทำให้เนื้อสัมผัสแน่น มีความคงรูป มีความสามารถในการคืนตัวได้อย่างรวดเร็ว

  • ยางพาราทั้ง 2 ด้านจะมีรูระบายอากาศที่แตกต่างกัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้น ทำให้นอนแล้วไม่ร้อนอบอ้าว  
  • ที่นอนยางพาราทั้ง 2 ชั้นหุ้มด้วยวัสดุผ้าตาข่ายคุณภาพสูง นำเข้าจากประเทศเบลเยี่ยม ช่วยในการคงรูปร่างของที่นอน และช่วยป้องกันการซึมเปื้อน
  • มีปลอกหุ้มกันน้ำซึมเปื้อน ซึ่งวัสดุมีเนื้อสัมผัสที่ยืดหยุ่น ระบายอากาศได้ดี ไม่อมความร้อน นอนแล้วไม่ร้อนอบอ้าว และทนทานต่อการขีดข่วน เป็นวัสดุพอลิไวนิลคลอไรด์ (polyvinylchloride- PVC) สีม่วง หนา 0.1 มิลลิเมตร สามารถกันน้ำ กันของเหลว หรือสารคัดหลั่งต่างๆ ได้ดี ทำความสะอาดง่าย มีซิบสามารถถอดทำความสะอาดได้
  • ดูแลรักษาที่นอนยางพาราได้ง่าย เพียงนำมาที่นอนยางพารามาผึ่งลมเท่านั้น อายุการใช้งานยาวนาน
  • ผ่านการทดสอบการแพ้ ไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือการระคายเคืองต่อผิวหนัง ผ่านการทดสอบจากสถาบันสากล Société Générale de Surveillance (SGS) และการทดสอบคุณภาพจาก LGA Quality Certificate ประเทศเยอรมัน
  • ได้รับมาตรฐานการผลิตสากล Global Organic Textile Standard (GOTS) สำหรับวัสดุสิ่งทออินทรีย์ (organic textiles) , ISO 9001:2015 , มาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ2 และ Thailand Trust Mark

3. รายละเอียดการรับประกัน

  • รับประกัน 5 ปี จากการใช้งานปกติ

 ที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนยางพารา รุ่น Realpad PRO

ที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนยางพารา รุ่น Realpad PRO

ที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนยางพารา รุ่น Realpad PRO

ที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนยางพารา รุ่น Realpad PRO

 

ที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนยางพารา รุ่น Realpad PRO

ที่นอนเพื่อสุขภาพ ที่นอนยางพารา รุ่น Realpad PRO

อ่านคำเตือนในฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ก่อนใช้

ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์เลขที่ ฆพ.2009/2562

 

แผลกดทับในผู้ป่วยติดเตียง

  • ปัญหาใหญ่สำหรับผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียงที่เกิดมากที่สุดและสร้างปัญหามากเป็นอันดับต้นๆ คือ ปัญหาแผลกดทับแผลกดทับเกิดจากการที่ผิวหนังถูกกดทับมาเป็นเวลานานอย่างต่อเนื่องจนทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงบริเวณผิวหนังตำแหน่งที่ถูกกดทับ จะส่งผลให้ผิวหนังบริเวณนั้นมีลักษณะเป็น รอยแดง รอยคล้ำ เกิดเนื้อตาย เกิดแผลบริเวณผิวหนัง มีความอับชื้น เกิดเป็นแผลเรื้อรัง และมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลติดเชื้อ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานที่จะมีอาการของแผลที่ลุกลามได้ง่าย หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องความอ้วนมากๆ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แผลกดทับเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ ถ้าเป็นแล้วหากไม่รีบรักษานอกจากรุนแรงจนต้องพักฟื้นในโรงพยาบาล อาจเกิดการติดเชื้อจากแผลกดทับอาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

ตำแหน่งที่มักเกิดแผลกดทับ

  • แผลกดทับมักพบได้บ่อยในบริเวณตำแหน่งผิวหนังที่รับน้ำหนักตัว หรือบริเวณผิวหนังที่อยู่ติดกับกระดูก ปัญหาแผลกดทับเป็นปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว ทำกิจกรรมได้น้อย ผู้ป่วยนอนติดเตียง ผู้ป่วยอัมพาต อัมพฤกษ์ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ตำแหน่งที่มักเกิดแผลกดทับ ได้แก่ บริเวณด้านหลังศรีษะและบริเวณหู บริเวณไหล่  บริเวณข้อพับแขน บริเวณก้น บริเวณสะโพก บริเวณเข่า บริเวณข้อเท้า 

ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดแผลกดทับ

  • ผู้ป่วยขาดการเคลื่อนไหวเช่น นอนติดเตียงตลอดเวลาหรือ ไม่สามารถขยับได้ ทำให้ร่างกายถูกกดทับเป็นเวลานาน เลือดไหลเวียนได้ไม่เพียงพอ
  • ผู้สูงอายุจะมีผิวแห้งเพราะขาดความชุ่มชื้นตามวัย เนื่องจากผู้สูงอายุผิวหนังจะบอบบางลง สูญเสียความยืดหยุ่นและการไหลเวียนของเลือดลดลงตามวัย
  • ผู้สูงอายุที่มีภาวะโภชนาการไม่ดี ปัญหาโภชนาการไม่เพียงพอ อาจเกิดจากปัญหาด้านสุขภาพอื่นๆ เช่นสุขภาพปากและฟัน มีปัญหาเรื่องการกลืน ปัญหาด้านสุขภาพจิต
  • ผู้ป่วยที่ควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ จะทำให้เกิดความอับชื้นจากการใส่ผ้าอ้อมขณะนอนหลับ ผิวหนังถูกเสียดสีจากเนื้อผ้าหรือมีการอับชื้น
  • ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคเกี่ยวกับเส้นเลือด

การแบ่งระดับแผลกดทับ

  • ระดับที่ 1 ผิวหนังจะยังไม่เกิดการฉีกขาด จะเกิดเพียงแค่รอยแดงเฉพาะที่
  • ระดับที่ 2 บริเวณแผลกดทับผู้ป่วยจะสูญเสียชั้นผิวหนังบางส่วนจน มองเห็นชั้นผิวหนังแท้ และอาจจะพบลักษณะของตุ่มน้ำใส หรือตุ่ม  น้ำใสที่แตกได้
  • ระดับที่ 3 ผู้ป่วยจะสูญเสียชั้นผิวหนังทั้งหมดจนมองเห็นชั้นไขมัน บริเวณที่มีไขมันมากมักจะเกิดแผลลึก และอาจพบโพรงใต้ ขอบแผล หรือโพรงแผล
  • ระดับที่ 4 เกิดแผลลึกจนมองเห็นถึงกระดูก เอ็น กล้ามเนื้อ ผู้ป่วยจะสูญเสียชั้นผิวหนัง และชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังทั้งหมด จะมองเห็นหรือสัมผัสเนื้อเยื่อพังผืด กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูกหรือกระดูกอ่อนในบริเวณพื้นแผลได้

วิธีการป้องกันการเกิดแผลกดทับ

  • การจัดท่าทาง การปรับเปลี่ยนท่าทางของผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอช่วยป้องกันการเกิด แผลกดทับได้ดี หมั่นพลิกตะแคงตัว เปลี่ยนท่านอนอย่างน้อยทุกๆ 2 ชั่วโมง ออกกำลัง ขยับแขน, ขา และข้อต่อต่างๆ ให้ผู้ป่วยเป็นประจำ
  • ดูแลความสะอาดผิวหนังไม่ให้อับชื้นหรือแห้งเกินไป ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นแผลกดทับ ควรหมั่นตรวจผิวหนังอยู่เสมอว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือมีความผิดปกติใด ๆ หรือไม่
  • ดูแลที่นอนให้สะอาด แห้ง อากาศถ่ายเทอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เกิดความอับชื้น
  • การดูแลเรื่องโภชนาการเป็นสิ่งที่จำเป็น ผู้ป่วยจะต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน การรับประทานอาหารที่มีสารอาหารจำพวกโปรตีน วิตามิน และเกลือแร่อย่างครบถ้วนถูกต้องตามหลักโภชนาการ สารอาหารเหล่านี้จะไปช่วยเร่งกระบวนการฟื้นตัวของผิวหนังที่ถูกทำลายได้เป็นอย่างดี ช่วยให้หายเร็วขึ้น
  • ใช้อุปกรณ์ช่วยลดแรงกดทับ เช่น ที่นอนลม หรือ ที่นอนโฟมป้องกันแผลกดทับ

ควรเลือกที่นอนแบบไหนดี

  • ปัจจัยหลักๆในการเลือกที่นอนป้องกันแผลกดทับนอกจากคุณสมบัติในการลดการเกิดแผลกดทับแล้ว ยังมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือความสบาย อายุการใช้งาน ความทนทาน การรับประกันจากผู้ขาย งานบริการหลังการขาย  และความเหมาะสมในการใช้งานของผู้ป่วย

ประเภทของที่นอนป้องกันแผลกดทับ

  • ที่นอนลม ที่นอนลมคืออุปกรณ์ที่ช่วยกระจายแรงกดทับทำงานโดยเครื่องปั๊มลมไฟฟ้า ตัวที่นอนจะมีการสลับยุบพองอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผิวหนังบริเวณนั้นไม่ถูกกดทับเป็นเวลานานเป็นการลดความรุนแรงในการเกิดแผลกดทับลงที่นอนลมแบ่งออกเป็น 2 ชนิดด้วยกัน คือ
    • ที่นอนลมแบบลอน ที่นอนลมแบบลอนจะมีข้อดีคือในกรณีที่โดนของมีคม ทำให้ลอนรั่วแตกเสียหาย หรือมีลอนใดลอนหนึ่งชำรุด จะสามารถถอดเปลี่ยนลอนได้ ไม่ต้องซื้อที่นอนใหม่เปลี่ยนทั้งผืน เปลี่ยนเฉพาะลอนที่เสียหาย ค่าใช้จ่ายจะประหยัดกว่า ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนลอน โดยประมาณลอนละ 200-250 บาท การเลือกที่นอนลมควรเลือกที่นอนลมที่มีความทนทาน วัสดุระบายความร้อนได้ดี นอนแล้วไม่อบอ้าว และที่สำคัญที่สุดควรเลือกที่นอนลมรุ่นที่เครื่องปั้มลมทำงานเสียงเบาจะได้ไม่รบกวนเวลานอนหลับ มีการรับประกันจากผู้ขาย มีบริการหลังการขาย
    • ที่นอนลมแบบรังผึ้ง ใช้ในการสลับความดันลมสลับยุบพองในแต่ละจุดมีการสลับพองยุบอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกันกับแบบลอน และสามารถปรับระดับความนิ่มของที่นอนได้เหมือนกันกับแบบลอน ที่นอนลมแบบรังผึ้งทำความสะอาดง่าย หากผู้ป่วยจะต้องทายาเพื่อรักษาแผลกดทับ หรือผู้ป่วยที่ระบบการขับถ่ายมีปัญหาที่นอนลมแบบรังผึ้งก็เหมาะเพราะทำความสะอาดได้ง่ายกว่าที่นอนลมแบบลอน แต่มีข้อเสียที่ต้องระวังคือถ้าหากโดนของมีคมทำให้ที่นอนแตกหรือรั่วจะต้องทำการปะรอยรั่ว ซึ่งในกล่องอุปกรณ์มักจะแถมอุปกรณ์สำหรับซ่อมแซมที่นอนลมไว้ในชุดด้วย แต่ในปัจจุบันมีที่นอนลมแบบรังผึ้งรุ่นใหม่ๆ ที่ออกแบบเลือกใช้วัสดุที่ทนทานต่อของมีคม ทำให้รั่วแตกยาก ดังนั้นก็ควรเลือกที่นอนลมรุ่นที่วัสดุทนทาน และมอเตอร์ปั้มลมทำงานเสียงเบา มีการรับประกันจากผู้ขาย มีบริการหลังการขาย
  • ที่นอนโฟมป้องกันแผลกดทับ เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมใหม่ที่มีคุณสมบัติในการป้องกันแผลกดทับได้เช่นเดียวกับที่นอนลม ประสิทธิภาพในการป้องกันแผลกดทับเทียบเท่ากับที่นอนลม แต่ข้อดีที่มากกว่าคือช่วยให้นอนสบายตัวกว่า ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายเวลานอนหลับ ที่นอนโฟมป้องกันแผลกดทับจะไม่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ไม่มีเสียงดังจากเครื่องปั๊มลมรบกวนในเวลานอนหลับ 

 

คลิ๊ก!! เพื่อสอบถามโปรโมชั่นเพิ่มเติม

https://lin.ee/nAqtAGu

** สอบถามข้อมูลสินค้า  

   ยินดีให้คำปรึกษาฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
   Line ID : @cumedicalhome

   โทร. 086-368-5766
 

**ส่งสินค้าให้ท่านอย่างมั่นใจ รวดเร็วทันใจ จัดส่งฟรีทั่วประเทศ!!

 

เตียงผู้ป่วย CU Medical Home

เตียงผู้ป่วย CU Medical Home

 

ดูสินค้าฟูกที่นอนทั้งหมด คลิ๊กที่นี่

Engine by shopup.com